การเลือกครีมผิวขาวที่ดีที่สุด

ปัจจุบันมีครีมผิวขาววางขายมากมาย มีมากจนเลือกไม่ถูก และเมื่อพอเรามาอ่านฉลากข้างขวดหรือกระปุกของครีมผิวขาวนั้น คุณสมบัติก็แทบจะลอกกันมา ทั้งเป็นครีมกันแดด ใส่ไวท์เทนนิ่ง เพิ่มความชุ่มชื้น หรือจะลดเลือนริ้วรอย แต่เราก็ยังเลือกไม่ถูกอยู่ดี มีเคล็ดลับการเลือกครีมผิวขาวเพื่อช่วยในการตัดสินใจ

ดูที่ส่วนผสมข้างๆขวด กระปุก หรือบรรจุภัณฑ์
อันดับแรกเลย คือเราต้องไม่แพ้ส่วนผสมในครีมผิวขาวนั้น ถ้าแพ้ขึ้นมา หน้าแดง สิวเห่อ รอยคล้ำและแผลเป็นจะยกทัพมาปักหลักบนใบหน้าและผิวกายของเราอย่างแน่นอน เราจึงต้องดูที่ส่วนผสมก่อน และส่วนผสมที่เราต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือ สารอันตรายทั้งหลายในครีมผิวขาว เช่น ปรอท ไฮโดรควิโนน และสารสเตียรอยด์ สารเคมีเหล่านี้ทำให้ผิวขาวได้จริง แต่ก็ขาวจริงตายจริงสุขภาพพังจริง ใช้ไปนานๆมะเร็งผิวหนังจะมาทักทาย

ระยะเวลาในการแสดงผลของครีมผิวขาว
ระยะเวลาเห็นผลของครีมและโลชั่นทาผิวขาวที่ดีไม่ควรต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ เพราะระยะเวลาที่เร็วกว่า จะมีความเสี่ยงกับคนที่ผิวแพ้ง่าย แถมยังมีความเสี่ยงกับระบบการทำงานในชั้นผิวด้วย ทำให้ผิวบาง บอบช้ำง่าย และอาจก่อปัญหาได้ในระยะยาว

สภาพผิวของคุณ
คนผิวแห้ง เหมาะกับครีมที่ให้ความชุ่มชื้น แต่คนผิวมัน ไม่ได้ต้อการความชุ่มชื้นที่มากนัก ครีมผิวขาวที่ดีกับคนหนึ่ง อาจไม่ได้ผลกับอีกคนหนึ่งก็ได้ สภาพผิวจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง
– คนผิวธรรมดา มีผิวที่ดูแลง่าย ใช้ครีมผิวขาวที่มีส่วนผสมของมอยสเจอร์ไรเซอร์บ้าง แต่ไม่ต้องมากนัก
-คนผิวแห้ง ผิวลอกเป็นขุยง่าย เพราะขาดความชุ่มชื้น เลือกครีมทาผิวขาวที่มีมอยสเจอร์ไรเซอร์ที่สามารถสร้างความชุ่มชื้นได้ เพื่อป้องกันริ้วรอยซึ่งเป็นปัญหาหลักของคนผิวแห้ง
– คนผิวมัน ควรหาผลิตภัณฑ์ผิวขาวที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะใบหน้ามีน้ำมันมากอยู่แล้ว

สารกันแดด
ผิวเราสามารถขาวขึ้นได้ หากไม่ได้โดนแดดเป็นเวลานาน วิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผิวขาวได้ คือการหลบแดด แต่ในเมื่อเราไม่สามารถหลบแดดอยู่ในบ้านได้ทั้งวัน การเลือกผลิตภัณฑ์ผิวขาวที่มีสารกันแดดจึงเป็นตัวเลือกที่ดี โดยเราสามารถดูประสิทธิภาพในการกันแดดได้จาก SPF(Sun Protection Factor) และค่า PA (Protection Grade of UVA)sun-skin-care ค่า SPF สามารถกัน UVB ได้ โดยที่ SPF ที่เหมาะสมที่สุด จะอยู่ที่ 30 SPF ที่สูงกว่านี้ มีความแตกต่างจาก 30 พียง 1-2% และค่า SPF สูงๆ ยังทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แพ้ ผดผื่น และอาจทำให้ผิวด่างอีกด้วย ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆจึงไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป

ค่า PA คือค่าที่ป้องกันรังสี UVA โดยยังไม่มีหน่วยเฉพาะที่เป็นมาตรฐานในการวัดแบบ SPF แต่มีหน่วยแบบไม่เป็นทางการคือ PA+ PA++ และ PA+++ โดย PA+++ จะเป็นค่าการกันรังสี UVA ที่สูงที่สุด

ผลลัพธ์อื่นๆที่ต้องการจากครีมผิวขาว
ครีมบางตัวก็มีคุณสมบัติอื่นนอกจากช่วยให้ผิวขาว เช่น ลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ หากคุณมีปัญหาตามที่กล่าวมา คุณก็สามารถเลือกครีมที่มีคุณสมบัติมากกว่าการเพิ่มความขาว เพื่อผิวที่สวยขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาใช้ครีมหลายๆตัว

วันหมดอายุ
ครีมผิวขาวส่วนใหญ่ มีวันหมดอายุระบุไว้ที่ข้างขวดหรือข้างกระปุก เช่น ข้างๆกระปุกมีระบุว่า 12m แปลว่า ครีมมีอายุการเก็บรักษานาน 12 เดือนหลังเปิดขวด หรือถ้ามีระบุว่า 18m ก็แปลว่าครีมนี้เก็บได้ 18 เดือนหลังเปิดใช้งาน

อีกแบบหนึ่งที่พบมากคือคำว่า mfg ซึ่งย่อมาจาก manufacturing หรือวันผลิต ดังนั้น mfg 072016 ก็หมายถึงครีมนั้นผลิตในเดือนกรกฎาคม ปี 2016

การใช้ครีมผิวขาวที่หมดอายุ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผดผื่น หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ไม่ว่าครีมนั้นแพงแค่ไหน แต่ถ้าหมดอายุแล้ว ก็ควรทิ้งไปจะดีที่สุด เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นมา อาจต้องใช้เวลารักษาไปอีกหลายปี

จะเห็นได้ว่า การเลือกครีมผิวขาวต่างๆนั้น มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ตั้งแต่ส่วนประกอบต่างๆในครีม คุณสมบัติของครีม ไปจนถึงสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ครีมบำรุงผิวขาวจึงต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการเลือกซื้อ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของความสวยคือ การที่คุณต้องเห็นว่าสุขภาพ สำคัญกว่าความสวย และอย่าเอาสุขภาพมาเสี่ยง เพราะผลที่ได้ ไม่คุ้มกัน